31/10/2020
3 สโมสรใหญ่ ค้าน นโยบายการใช้ VAR

กลัว…ไม่เหมือนเดิม

ถ้าไม่ถึงกับสะเทือน มันก็ต้องรู้สึกถึงแรงเขย่ากันบ้างแหละครับ 

สำหรับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กับการที่ 3 ผู้ทรงอิทธิพลในวงการฟุตบอลไทย ทั้ง “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ, ขจร เจียรวนนท์, วิลักษณ์ โหลทอง ออกมาแถลงข่าว “คัดค้าน” นโยบายการใช้ VAR พร้อมๆ กัน

นี่ถือเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านไม่เคยมีการเปิดหน้าแลกขนาดนี้

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวแล้วผมกลับมองว่า เรื่องที่สำคัญกว่าการไม่เห็นด้วยกับนโยบาย VAR นั้นก็คือข้อเรียกร้อง 7 ข้อ จากจดหมายเปิดผนึกของ “มาดามแป้ง” มากกว่า

เชื่อว่าเหล่านี่ ล้วนเป็นคำถามที่หมู่มวลสมาชิกทั้งหลาย คาใจมานานแสนนาน (แต่ไม่กล้าถาม)

และแน่นอนว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คงตอบคำถามเหล่านี้ อย่างตรงไปตรงมาได้ยากลำบากด้วยซ้ำ เนื่องจากเป็นการลงลึกไปถึงเรื่องของเงิน ๆ ทอง ๆ

ดังนั้นในคอลัมน์ของผมวันนี้ จะขอนำ 7 ข้อเรียกร้อง ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นข้อเรียกร้องจากตัวแทนของสมาชิกทั้งหลาย มาลงอีกครั้ง เพื่อที่อย่างน้อยที่สุด แฟนบอลจะได้ทำความเข้าใจว่า ที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

และเราจะยังหวังให้ฟุตบอลบ้านเราพัฒนาต่อไป ได้อีกมากน้อยแค่ไหน ภายใต้การบริหารงานของคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ชุดนี้

เพื่อให้วงการฟุตบอล สามารถเดินหน้าต่อได้ด้วยความรักความสามัคคี และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สโมสรการท่าเรือ เอฟซี ในฐานะสโมสรสมาชิก ขอเรียกร้องต่อสมาคมดังนี้

1. หลายสโมสร ยินยอมจ่ายเงินซื้อระบบการใช้งาน VAR เพื่อตอบโจทย์ความชัดเจน และความยุติธรรมให้กับการแข่งขัน และเพื่อไม่ให้ผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ในสนาม ต้องกลายเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว แต่แล้ววันนี้สมาคมฯ กลับบอกว่า ทำไม่ได้ จึงควรต้องมีเหตุผลที่จะอธิบายสร้างความกระจ่างชัด แก่สมาชิกอย่างสมเหตุสมผล เพื่อการจัดการแข่งขันแบบมืออาชีพต้องโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่สร้างข้อกังขา หรือการโต้แย้งกันไปมา

2. วงการฟุตบอลคือ คนครอบครัวเดียวกัน “คำไหนคำนั้น” สมาคมฯ ควรต้องคำนึงถึงสโมสรด้วยความจริงใจ ไม่กลับคำไปมา และปล่อยข่าวรายวัน จนก่อให้เกิดข่าวลือต่างๆ ที่สร้างความไม่ชัดเจน นำไปสู่การบอกเลิกสัญญานักเตะก่อนครบกำหนด และได้เห็นหลายสโมสรขอใช้สิทธิ์พักทีม รวมถึงการขอถอนตัวของผู้สนับสนุนสโมสรหลายราย เช่นเดียวกันกับสมาคมฯ เพราะการเปลี่ยนแปลงแสดงให้เห็นอยู่ตลอดเวลา โดยไม่มีความแน่ชัด และข้อมูลที่แน่นอนให้กับสโมสรสมาชิก การปรับตัวของแต่ละทีมจึงดำเนินกิจการต่อไปได้ยาก

3. ขอความชัดเจน “เรื่องเงินสนับสนุน” ที่จะให้กับสโมสรสมาชิก เดิมสโมสรไทยลีก1 จะได้รับเงินสนับสนุนขั้นต่ำ 20 ล้านบาท และยังมีการสนับสนุนเงินจำนวน 5 ล้านบาท ผ่านโครงการ FA Thailand Development เพื่อยกระดับสโมสรสู่ความเป็นสากล ซึ่งเป็นความคาดหวังตั้งแต่ต้นของสโมสรสมาชิก และเป็นคำมั่นสัญญาของสมาคมฯ ที่ให้ไว้กับสโมสรสมาชิก ในการแบ่งเบาภาระ การกำหนดแนวทางการพัฒนาทีม และการบริหารด้านการเงินของทีม ทั้งนี้ทีมท่าเรือเข้าใจในปัญหาที่สมาคมแจ้งว่าเกิดจากสภาวะโควิด-19 แต่สโมสรก็อยากขอความชัดเจนในจุดนี้ด้วยเช่นกัน

4. ขอความชัดเจน “เรื่องลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด” ที่หายไป ใครจะถ่ายทอดสด จะถ่ายจำนวนกี่แมตช์ เพราะไม่ได้กระทบแค่กับสมาคมฯ แต่รวมถึงคำสัญญาของสโมสร ที่มีให้กับผู้สนับสนุนของตนเอง ที่จะได้เจอโลโก้ หรือสื่อประชาสัมพันธ์ของตนเอง ผ่านการถ่ายทอดสดในแต่ละนัดก็หายไปด้วย กระทบทุกด้าน และผู้สนับสนุนเหล่านี้ บริษัทส่วนใหญ่มักจะปิดรอบบัญชีกัน ในเดือนธันวาคม 2563 ความชัดเจนจึงสำคัญมาก เพื่อให้สโมสรสามารถวางแนวทางเดินต่อได้

5. ขอความตรงไปตรงมาจากสมาคมฯ เพราะในวันที่มีการประชุมร่วมกับสโมสรสมาชิก เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ได้ให้สโมสรสมาชิกลงมติจัดการแข่งขันจบแบบข้ามปี (จบเดือนพฤษภาคม) โดยสมาคมฯ ไม่ได้มีการชี้แจงให้สโมสรสมาชิกทราบ ถึงผลที่จะตามมาเกี่ยวกับทรู หรือ “ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด” ซึ่งเรื่องดังกล่าว ส่งผลเป็นอย่างมากต่อเงินสนับสนุน ที่จะมอบให้กับสโมสรสมาชิกในฤดูกาลนี้ (ดังที่ได้ชี้แจงในข้อ 4.) จึงเป็นที่มาว่าทำไม สโมสรสมาชิกจึงมีมติลงคะแนนให้ดำเนินการจัดการแข่งขันข้ามปีได้

6. ตามที่มีข่าวผ่านสื่อทั่วไป เกี่ยวกับงบดุลและเงินคงเหลือของสมาคม หลายคนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องรายรับรายจ่ายของสมาคมฯในแต่ละปี (2560-2562) ในฐานะสโมสรสมาชิก อยากขอให้สมาคมฯ ออกมาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้ชัดเจน โดยให้มีการตรวจสอบจากบุคคล หรือหน่วยงานที่มีความเป็นกลาง ได้มาตรฐานสากล เพื่อความสง่างามและแสดงความจริงใจของสมาคมฯ

7. ขอให้สมาคมฟุตบอล เปิดใจรับฟังสโมสรสมาชิก รับฟังทุกเสียงทั้งจากคนที่อยู่ในสนามและนอกสนาม อย่างแท้จริง เพราะฟุตบอลไม่ใช่แค่เรื่องของผู้บริหารสโมสร โค้ช หรือนักเตะเท่านั้น แต่ยังหมายถึงผู้คนที่เกี่ยวข้องอีกมากทั้งเจ้าหน้าที่ รปภ. เด็กเก็บบอล กรรมการ สื่อ รวมถึงแฟนบอลที่อยู่นอกสนาม ถ้าเราจะเดินไปข้างหน้า เราต้องรับฟัง และลงมือทำบางอย่างเพื่อพวกเขา อย่างตรงไปตรงมา ลงมือทำเพื่อพวกเขาด้วยความจริงใจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้

กีฬาฟุตบอลคือกีฬาของมวลชน ที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงมีความเป็นห่วงเป็นใยต่อภาพลักษณ์ และแนวทางของการดำเนินงานของสมาคมฯ ในทุกมิติ เพื่อให้ “ฟุตบอล” คือ กีฬาแห่งสปิริต ที่รวมความสามัคคีและรวมจิตใจของคนไทยทั้งประเทศอย่างแท้จริง

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ควรที่จะทำการชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความเข้าใจ และเพิ่มภูมิคุ้มกันเรื่องความไว้วางใจให้มากขึ้น

แต่ถ้าตอบคำถามแบบพายเรือวนอยู่ในกะลาเหมือนที่ทำอยู่ โดยไม่มีการแจกแจงรายละเอียดให้เข้าใจกันอย่างถ่องแท้แล้วละก็

ทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม…….อีกต่อไป.

พาวเวอร์บอมบ์

แหล่งข่าวจากไทยรัฐ

แชร์เลย!!!